บทที่ 11 ราชันเซียนน้ำแข็ง

บทที่ 11 : ราชันเซียนน้ำแข็ง

หลังจากที่เซียวอู๋จี้ฆ่าทูตสวรรค์ทั้งสามคนและทะลุสู่ระดับแก่นทองคำ

สำนักกระบี่สวรรค์ก็ตกอยู่ในความโกลาหล ผู้อาวุโสใหญ่ทั้งห้าคนเก็บของหนีออกจากสำนักไปในคืนนั้นเลย เพราะพวกเขารู้ว่าหากสวรรค์โกรธที่ทูตถูกฆ่า คนที่จะโดนลงโทษคนแรกคือสำนักที่ปล่อยให้ปีศาจอย่างเซียวอู๋จี้อยู่

มีเพียงยอดเขากระบี่เมาเท่านั้นที่ยังคงสงบ

เซียวอู๋จี้ประกาศปิดยอดเขาเป็นเวลาสามเดือน เพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีบรรลุราชันเซียนของหลินชิงเยว่

ราชันเซียน คือระดับที่อยู่เหนือแก่นทองคำ เป็นระดับที่สามารถปกครองแคว้นเล็กๆ ได้หนึ่งแคว้น หากหลินชิงเยว่สามารถบรรลุได้ในอายุเพียงสิบหกปี นางจะเป็นราชันเซียนที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นชิงโจว

ภายในกระท่อมไม้ไผ่ที่ตอนนี้ถูกไฟอสุรานิรันดร์ของเซียวอู๋จี้เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องบ่มเพาะสีดำสนิท หลินชิงเยว่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงกลาง ร่างกายของนางถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งสีขาวและไฟสีดำที่พันกันอยู่เหมือนหยินหยาง

"ครรภ์น้ำแข็งเก้าตายของเจ้าไม่ได้หายไป" เซียวอู๋จี้พูดพลางวางมือลงบนหลังของนาง "ข้าแค่ใช้ไฟอสุราผนึกมันไว้ชั่วคราว หากเจ้าต้องการบรรลุเป็นราชันเซียน เจ้าต้องไม่ผนึกมัน แต่ต้องกลืนมัน"

"กลืนมัน?" หลินชิงเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย

"ใช่ ครรภ์น้ำแข็งเก้าตายไม่ใช่คำสาป มันคือพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสายน้ำแข็ง หากเจ้ากลืนความเย็นทั้งหมดของมันเข้าไป เจ้าจะกลายเป็นราชินีน้ำแข็งที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เตาหลอมที่สวรรค์อยากได้"

"แล้วข้าต้องทำอย่างไร?"

"เชื่อใจข้า"

เซียวอู๋จี้หลับตาลง บัวอสุรานิรันดร์ในร่างของเขาสั่นไหว กลีบที่เจ็ดที่เพิ่งบานส่งพลังไฟอสุรานิรันดร์บริสุทธิ์เข้าไปในร่างของหลินชิงเยว่

ครั้งนี้ไม่ใช่การผนึก แต่เป็นการเผา

"อ๊าก!"

หลินชิงเยว่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าตอนที่ครรภ์น้ำแข็งกำเริบสิบเท่า ความเย็นเก้าตายที่ฝังอยู่ในกระดูกของนางมาตั้งแต่เกิดกำลังถูกไฟอสุราเผาไหม้อย่างรุนแรง

"ทนไว้! หากเจ้าทนไม่ได้ เจ้าจะไม่มีวันเป็นอิสระ!"

หลินชิงเยว่กัดฟันจนเลือดไหล นางนึกถึงวันที่แม่ของนางถูกตระกูลทิ้งเพราะไม่มีค่า นึกถึงวันที่ทุกคนมองนางเป็นแค่เครื่องมือสำหรับคลุมถุงชน นึกถึงวันที่สวรรค์ส่งคนมาจะเอานางไปเป็นเตาหลอม

"ข้า... ไม่อยากเป็นเครื่องมือของใครอีกแล้ว!"

นางคำรามออกมา น้ำแข็งสีขาวในร่างของนางระเบิดออก!

ครรภ์น้ำแข็งเก้าตายที่เคยเป็นก้อนน้ำแข็งสีขาวในช่องท้องของนาง ตอนนี้แตกสลายกลายเป็นพลังน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง

ไฟอสุราและน้ำแข็งเก้าตายหลอมรวมกัน!

ผมของหลินชิงเยว่ที่เคยดำสนิท ตอนนี้ครึ่งหนึ่งกลายเป็นสีขาวราวหิมะ ดวงตาข้างหนึ่งของนางกลายเป็นสีฟ้าน้ำแข็ง อีกข้างหนึ่งยังคงเป็นสีดำเดิม

พลังของนางพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

แก่นทองคำขั้นต้น... ขั้นกลาง... ขั้นปลาย... แตก!

ราชันเซียนขั้นต้น!

บูม!

เสาน้ำแข็งสีดำสลับขาวสูงร้อยเมตรพุ่งขึ้นจากยอดเขากระบี่เมาสู่ท้องฟ้า ทำให้ทั้งแคว้นชิงโจวเห็นได้ชัด

ราชันเซียนคนใหม่ถือกำเนิดแล้ว!

หลินชิงเยว่ลอยขึ้นกลางอากาศ ชุดขาวของนางตอนนี้มีลายไฟสีดำประดับอยู่ นางสวยงามจนน่ากลัวเหมือนเทพธิดาน้ำแข็งที่กลับชาติมาเกิด

นางมองไปที่เซียวอู๋จี้ที่ยืนอยู่ด้านล่างแล้วค่อยๆ ลอยลงมาคุกเข่าตรงหน้าเขา

"ขอบคุณ... นายน้อย"

เซียวอู๋จี้ยิ้มแล้วดึงนางให้ลุกขึ้น "ตั้งแต่วันนี้ ไม่มีใครเรียกเจ้าว่าเตาหลอมได้อีก เจ้าคือราชันเซียนน้ำแข็ง"

คืนนั้น ทั้งยอดเขากระบี่เมาฉลองกันอย่างเงียบๆ มีเพียงสองคนกับตาแก่ขี้เมาอีกหนึ่งคน

เทียนเจี้ยนดื่มเหล้าจนเมามายแล้วหัวเราะ "ดี! ดีมาก! อีหนูกลายเป็นราชันเซียนแล้ว! ไอ้หนูอู๋จี้ก็แก่นทองคำ! พรุ่งนี้พิธีบรรลุราชันเซียนของสำนักจะต้องสนุกแน่ๆ!"

แต่รอยยิ้มของเขาหายไปทันทีเมื่อเขามองไปที่เซียวอู๋จี้

"อู๋จี้ เจ้ามานี่หน่อย ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าตามลำพัง"

ทั้งสองคนเดินออกไปที่ริมผาของยอดเขา ทิ้งให้หลินชิงเยว่นั่งอยู่คนเดียว

ลมหนาวพัดแรงบนริมผา เทียนเจี้ยนที่ปกติเมาตลอดเวลา ตอนนี้ดวงตาของเขากลับใสแจ๋วอย่างน่ากลัว

"เจ้ารู้ไหมว่าทำไมเมื่อสามพันปีก่อน เจ้าถึงถูกฆ่า?"

เซียวอู๋จี้กำหมัดแน่น "เพราะเย่วหลิงซาและมู่เฉินหักหลังข้า"

"นั่นแค่ปลายเหตุ" เทียนเจี้ยนถอนหายใจยาว "ต้นเหตุที่แท้จริง... คือสวรรค์"

"สวรรค์?"

"ใช่ เจตจำนงของโลกใบนี้" เทียนเจี้ยนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว "เมื่อสามพันปีก่อน ตอนที่เจ้ากำลังจะบรรลุเป็นมหาเทพ เจตจำนงสวรรค์มันกลัว กลัวว่าพลังอสุราของเจ้าจะแข็งแกร่งเกินไปจนมันควบคุมไม่ได้ มันกลัวว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของโลกนี้แทนมัน"

"มันจึงสั่งให้เย่วหลิงซาและมู่เฉินฆ่าเจ้า โดยสัญญาว่าจะให้บัลลังก์สวรรค์แก่พวกเขา"

เซียวอู๋จี้ยืนนิ่งเหมือนถูกฟ้าผ่า

"เจ้าหมายความว่า... ข้าไม่ได้ถูกคนรักหักหลังเพราะความรัก... แต่ถูกโลกทั้งใบหักหลังเพราะความกลัว?"

"ถูกต้อง" เทียนเจี้ยนพยักหน้า "และที่สำคัญที่สุด... บัวอสุรานิรันดร์ในร่างของเจ้า มันไม่ใช่สมบัติของเจ้า"

"มันคืออะไร?"

"มันคือเมล็ดพันธุ์ที่สวรรค์ฝังไว้ในตัวเจ้าเมื่อสามพันปีก่อน เพื่อรอวันที่เจ้าแข็งแกร่งพอ แล้วมันจะดูดกลืนเจ้าแล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของสวรรค์ ยิ่งเจ้าแข็งแกร่ง บัวมันก็ยิ่งแข็งแกร่ง แล้ววันหนึ่งมันจะกลืนเจ้าเหมือนที่เจ้ากลืนคนอื่น"

ความเงียบเข้าปกคลุมยอดเขา มีเพียงเสียงลมพัด

เซียวอู๋จี้มองไปที่มือของตัวเอง ที่กลางฝ่ามือมีรอยสักรูปบัวสีดำจางๆ ปรากฏขึ้นมา

บัวที่เขาคิดว่าเป็นพลังของเขา ที่แท้เป็นกรงขังที่สวรรค์สร้างไว้เพื่อขังเขา

"เช่นนั้น..." เสียงของเซียวอู๋จี้เย็นชาจนทำให้เทียนเจี้ยนยังต้องขนลุก "เป้าหมายของข้าก็เปลี่ยนไป"

"จากเดิมที่ข้าจะฆ่าแค่สองคน ตอนนี้... ข้าจะกลืนสวรรค์ทั้งใบ"

เทียนเจี้ยนมองศิษย์ของตัวเองแล้วถอนหายใจ

"ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดแบบนี้ พรุ่งนี้ในพิธีบรรลุราชันเซียน เจตจำนงสวรรค์จะลงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง หากมันรู้ว่าเจ้าคือเซียวอู๋จี้กลับชาติมาเกิด มันจะฆ่าเจ้าทันที"

"ให้มันมา"

เซียวอู๋จี้ยิ้ม รอยยิ้มนั้นโหดเหี้ยมยิ่งกว่าตอนที่เขาฆ่าทูตสวรรค์

"พรุ่งนี้ ข้าจะให้สวรรค์รู้ว่า... เมล็ดพันธุ์ที่มันปลูกไว้ มันโตพอที่จะกลืนเจ้าของสวนแล้ว"

เขาหันหลังเดินกลับไปที่กระท่อม ทิ้งให้เทียนเจี้ยนยืนอยู่คนเดียวบนริมผา

เทียนเจี้ยนยกเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วพึมพำเบาๆ

"สามพันปีก่อน ข้าช่วยเจ้าไม่ได้... สามพันปีต่อมา ข้าจะยืนอยู่ข้างเจ้าจนวันตาย... ศิษย์เอ๋ย"

คืนก่อนพิธีบรรลุราชันเซียนผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทุกคนรู้ว่าพรุ่งนี้... จะเป็นวันที่โลกเบื้องล่างต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป